หากต้องการให้ประเทศมีทางออก ต้องช่วยกันนำข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนเข้าสู่ระบบ

.
วันนี้ (18 พ.ย.) ผมได้ร่วมอภิปรายถึงความจำเป็นในการที่รัฐสภาต้องรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนหรือร่างของ iLaw
.
ประวัติศาสตร์การเมืองไทยต้องจารึกไว้ว่าในวันนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่รัฐสภาและประชาชนมีความพยายามให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับถาวรทั้งฉบับเพื่อเปิดทางให้มีการตั้ง สสร. เพื่อจัดร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่ให้การร่างรัฐธรรมนูญของประเทศมาจากการรัฐประหารเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 ในอดีตก็สำเร็จได้เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2539 โดยมีการเลือก ‘สภาร่างรัฐธรรมนูญ’ มาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
.
ตอนนั้นกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของ สสร. เดินหน้าไปด้วยแรงสนับสนุนและการมีส่วนร่วมของประชาชนจำนวนมากภายใต้สัญลักษณ์ธงเขียว ขณะเดียวกันตอนนั้นก็มีกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ออกมาต่อต้านเช่นกัน อย่างไรก็ตามด้วยบรรยากาศแห่งความหวัง ความต้องการจะประนีประนอม ความไว้เนื้อเชื่อใจของคนในสังคมไทย ถึงจะมีแรงต้านไม่น้อย สุดท้าย สสร. จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ รัฐสภาจึงลงมติให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญ 2540 พลังของประชาชนที่อยากเปลี่ยนแปลงบวกกับความจริงใจของผู้มีอำนาจในการผลักดัน ทำให้ตอนนั้นประเทศไทยได้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่จนถึงตอนนี้ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีและประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย สร้างการเมืองที่มีเสถียรภาพในการพัฒนาประเทศ”
.
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้แตกต่างจากปี 2538 เพราะการอภิปรายรัฐธรรมนูญเมื่อวันวานเต็มไปด้วยความหดหู่ ความอดสู และที่สำคัญที่สุดคือมีความไม่ไว้วางใจกัน ทั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือสมาชิกรัฐสภาไม่ไว้วางใจอำนาจของตัวเองก็ว่าหนักแล้ว แต่รัฐสภายังไม่ไว้วางใจอำนาจของประชาชนอีก นี่คือความน่าละอาย รวมทั้งกรณีที่่รัฐสภาไม่สามารถคลี่คลายความขัดแย้งได้เลยและต้อนรับประชาชนทุกกลุ่มอย่างไม่เท่าเทียมกัน ประชาชนถูกเจ้าหน้ารัฐใช้ความรุนแรง ถูกฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตา มีคนโดนยิงด้วยกระสุนจริง และมีบาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่หน้าอาคารรัฐสภา
.
ถ้าเราต้องการจะให้ประเทศมีทางออก พวกเราต้องช่วยกันเอาข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนเข้าสู่ระบบ แต่ถ้าพวกเราผลักข้อเสนอของประชาชนลงสู่ท้องถนนอีกก็เท่ากับเป็นการสร้างเงื่อนปมใหม่จนทำให้โอกาสที่จะพูดคุยกันซึ่งมีน้อยอยู่แล้วน้อยลงไป ทั้งนี้ผมได้อ่านหลักการและเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนทั้ง 11 ข้อแล้ว ในเชิงหลักการผมเห็นด้วยทั้งหมด เพราะเป้าหมายของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือการสร้างหนทางกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยให้กับประเทศไทย หลักการทุกข้อเป็นหลักการพื้นฐานที่ต่างก็เคยเกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญไทยฉบับก่อนหน้ามาแล้ว เช่น ในรัฐธรรมนูญ 2540 ดังนั้นข้อกล่าวหาว่าต่างชาติจะมาแทรกแซงการแก้รัฐธรรมนูญไทยจึงเป็นเรื่องที่บางท่านอาจจินตนาการเกินเลยไปมาก
.
ที่สมาชิกรัฐสภาบางคนกล่าวหาว่า หากรับร่างของประชาชนจะเป็นปฏิปักษ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยกล่าวว่า ขออย่าใช้เวทีรัฐสภาสร้างความแตกแยกระหว่างประชาชนกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่าใช้วาทกรรมว่ารับร่างประชาชนเป็นปฏิปักษ์กับสถาบันพระมหากัตริย์ และการไม่รับร่างเป็นการปกป้องสถาบันฯ การอภิปรายเช่นนั้นเป็นการทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ออกห่างจากประชาชน ทำให้สถาบันออกห่างประชาธิปไตย สิ่งที่สมาชิกรัฐสภาบางคนทำเป็นการเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเกราะกำบังให้ตัวเอง การกระทำเช่นนี้จะพาประเทศไปสู่ทางตัน ไปสู่การนองเลือด หน้าที่ของพวกเราคือการต้องหาทางออกให้กับประเทศ คือการหาวิธีให้ประชาชนและสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ร่วมกันให้ได้ รัฐสภาต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้สำหรับทุกกลุ่มทุกฝ่าย เจรจาประนีประนอมหาทางออกร่วมกัน
.
ประเทศไทยเราใช้รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ของโลก รัฐธรรมนูญทั้ง 20 ฉบับของไทยส่วนใหญ่มาจากการรัฐประหาร ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าทหารจะเป็นคนกลุ่มเดียวที่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ ประชาชนอยากจะแก้ รัฐสภาอยากจะแก้ แม้จะเป็นอำนาจของตัวเองแต่มันทำได้ยากเย็นเหลือเกิน อย่าให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของทหารอีกต่อไป พวกเรารัฐสภาต้องยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือสิ่งที่ทำได้ และอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญต้องเป็นของประชาชน ยิ่งไปกว่านั้น ขอวิงวอนต่อทุกท่านให้รับร่างของภาคประชาชน ควบคู่ไปกับร่างญัตติ 1 และ 2 เพื่อให้เกิดสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มีอิสระและไม่ผูกขาดกับชุดความคิดการเมืองใดการเมืองหนึ่ง ถึงแม้ว่าเราจะยังหาฉันทามติไปสู่อนาคตไม่เจอ แต่อย่างน้อยที่สุดเราสามารถถอดบทเรียนความสำเร็จในอดีต เฉกเช่นที่หลายๆ ท่านในสภาแห่งนี้เคยได้ทำมาแล้วครั้งหนึ่งในการหาทางออกให้กับประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา

Untilyou Sunshine Kristy Aimsomang
สู้สู้นะคะ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไป เรารู้ว่าคุณสู้อยู่กับใคร เป็นกำลังใจให้นะคะ❤️

Oong Sri
ไม่เคยเสียดายเสียงที่กาให้พรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณจริงๆค่ะที่ทำงานอย่างตั้งใจเพื่ออนาคตของพวกเรา ขอบคุณที่ไม่ทรยศเสียงของประชาชนเหมือนหลายๆพรรคที่ประจักษ์แก่สายตาแล้วตอนนี้ว่าพร้อมจะพลิกลิ้นเพื่อผลประโยชน์ ประชาชนก็พร้อมจะสนับสนุนพวกคุณต่อไป

ม่อม สุนิ พรพรหม
มีแต่พรรคนี้เท่านั้นที่เรามองสู้แบบไม่ก้มหัวให้เผด็จการ ยืนเคียงข้างประชาชนแท้จริง
ขอบคุณมากคะไม่ผิดหวังที่เลือกพรรค อนาคตใหม่ให้กำลังใจมานะคะสู้ไปด้วยกัน✌️

อรัญญา ชัยสงคราม
ขอขอบคุณพรรคก้าวไกลนะคะก็เห็นมีแต่พรรคก้าวนี่แหละที่ประชาชนพอจะผึ้งใด้และจริงใจกับประชาชนที่แท้จริง

Duangkhaew Wiratkasem
ขอบคุณคุณพิธาน และพรรคก้าวไกล ที่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับประชาชนค่ะ…ต้องมีสักวันที่ทีมก้าวไกลได้มาบริหารและขับเคลื่อนประเทศไทยให้เจริญกว่าที่เป๋นอยู่ทุกวันนี้…สู้ๆนะคะ..พวกเราจะสนับสนุนพวกคุณแน่นอนค่ะ…เลือกตั้งกี่ครั้งก้อจะเลือกก้าวไกลค่ะ✌️✌️✌️

FB Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *