กลุ่มพีทีวียืนยันชุมนุมใหญ่วันนี้ ย้ำหนุนพุทธ-ศาสนาประจำชาติ

ประธานกรรมการพีทีวี ระบุ จัดชุมนุมใหญ่วันนี้ (27 เม.ย.) ตั้งแต่เวลา 16.30 น.-24.00 น.ที่สนามหลวง ระบุ หนุนให้บรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

(27เม.ย.) นายวีระ มุสิกพงษ์ ประธานกรรมการบริหารสถานทีโทรทัศน์พีทีวี กล่าวว่า พีทีวีจะชุมนุมใหญ่วันนี้(27เมษายน)ที่สนามหลวง ตั้งแต่เวลา 16.30 น -24.00 น. โดยการจัดชุมนุมครั้งที่ 4 จะกล่าวถึงประเด็นการร่าง รธน. ฉบับปี 2550 โดยจะแสดงความเห็น ตามที่ ผู้ร่างรธน. จะต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เมื่อมีการนำเสนอร่างแรกของ รธน.ออกมาแล้ว การชุมนุมครั้งนี้จะกล่าวถึงประเด็นการเรียกร้องให้บรรจุพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติ ในร่างรธน.ฉบับใหม่ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า การบรรจุให้พุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติดังกล่าวจะไม่ทำให้เกิดการรอนสิทธิกับผู้นับถือศาสนาอื่น ซึ่งในประเทศไทยมีผู้นับถือพุทธศาสนากว่า 90% อีกทั้งยังปรากฎว่า ในแถบประเทศเอเซียที่นับถือศาสนาพุทธ ประเทศไทย เป็นประเทศเดียวที่มีความมั่นคง และ ความก้าวหน้าในพุทธศาสนามากกว่าประเทศอื่นทั้งพม่า หรือเวียดนาม ดังนั้นผู้ร่างรธน. จึงไม่มีเหตุ ที่จะปฏิเสธ การบรรจุพุทธศาสนามเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรธน.

นายวีระกล่าวถึง การเปิดโอกาสให้สถานีพีทีวีได้รับสิทธิการออกอากาศว่า ในการดำเนินกิจการโทรทัศน์ก่อนหน้านี้ สถานีโทรทัศน์ผ่านระบบดาวเดียว ASTV ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ถูกอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์แจ้งความดำเนินคดีว่าออกอากาศโดยมิชอบตั้งแต่รัฐบาลชุดที่ผ่านมา ภายใต้การนำของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งผลการดำเนินคดีดังกล่าวขณะนี้ อยู่ระหว่างการสั่งคดีของอัยการแต่ปรากฎ ว่า การสั่งคดี ได้ใช้ระยะเวลา ยาวนาน จนถึงปัจจุบันพนักงานอัยการ ยังไม่มีคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องออกมาแต่อย่างใด ทั้งที่ผลการสั่งคดีดังกล่าว จะเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าสถานีโทรทัศน์พีทีวี ซึ่งเป็นระบบเดียวกัน จะสามารถ ออกอากาศได้หรือไม่ ดังนั้นวันนี้จึงขอเรียกร้องอัยการสูงสุด เร่งมีคำสั่ง ในคดีดังกล่าว ออกมาโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความชัดเจน ว่า สถานีโทรทัศน์พีทีวี จะมีสิทธิ์การออกอากาศได้หรือไม่

ด้านนายจตุพร พรมพันธ์ รองประธานบริหาร พีทีวี ได้กล่าวปฏิเสธ เรื่องการ จ่ายเงินท่อน้ำเลี้ยง 3 ล้านบาทของกลุ่มอำนาจเก่าเพื่อจะนำคนจำนวนมากมาชุมนุม ของสถานีโทรทัศน์ พีทีวี ณ ท้องสนามหลวง ว่า ไม่มีจริง และเรื่องนี้พรรคไทยรักไทย ชี้แจงรายละเอียดแล้ว ซึ่งการปล่อยข่าว ใส่ร้ายดังกล่าว เกิดจาก ความไม่ไว้วางใจ ของคมช. ที่ได้กังวล ต่อการ ชุมนุมของประชาชน