จ่อร้องยุบพรรคถูกชักใยป่วนปั่น ปลุกม็อบข้างหลังโควิดคลาย

ข้างความยั่งยืนมั่นคง ติดตามเหตุการณ์ภายในประเทศ เจอกรุ๊ปขยับเขยื้อนคู่อริรัฐบาลมุ่งจู่โจม บิดเบือนรวมทั้งขยายหลักสำคัญ หวังให้กำเนิดแนวร่วมจากสามัญชนร่วมเคลื่อนต้านทานรัฐบาล ข้างหลังโควิด-19 เลิกลง

ตอนวันที่ 14 พฤษภาคม รายงานข่าวสารจากข้างความยั่งยืนมั่นคง เอ๋ยถึงเหตุการณ์ด้านการเมืองในขณะนี้ว่า จากการต่อว่าดตามพบว่า พรรคฝ่ายค้าน และก็ ข้างที่มีความคิดเห็นถกเถียงกับรัฐบาล ยังคงนำหลักสำคัญมาตรการต่างๆของรัฐบาล เป็นต้นว่า มาตรการแก้ไขสามัญชน ,ปัญหาเศรษฐกิจ,พระราชกำหนดเงินกู้ยืม, รวมทั้งสถานะการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานะการณ์ พฤษภา 35 และก็ กรณีการยิงเลเซอร์เนื้อความ “ตามหาข้อเท็จจริง” มาบิดเบือนรวมทั้งขยายหลักสำคัญจู่โจมรัฐบาล เพื่อหวังให้กำเนิดแนวร่วมจากประชากร รวมทั้งให้กระแสเป็นไปในทางลบต่อรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น

ดังนี้ จะมีความคิดเห็นว่า รัฐบาลกำลังรีบจัดการถัดมาตรการเงินแก้ไข แล้วก็มีการอธิบายแนวทางใช้จ่ายงบประมาณเป็นระยะอยู่แล้ว โดยเหตุนี้ กระแสวิภาควิจารณ์ของพรรคฝ่ายค้าน ก็เลยไม่น่าทำให้พสกนิกรลดความเชื่อมั่นและมั่นใจต่อรัฐบาลลงได้ ช่วงเวลาที่ สหภาพเด็กนักเรียน นิสิต นิสิตที่เมืองไทย พุ่งประเด็นไปที่การจัดทำงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ที่คิดว่า ไม่สนองตอบกับเหตุการณ์ภายในประเทศ โดยแสวงคุณประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งไม่ยุ่งยากต่อการลดความน่าไว้วางใจของรัฐบาลและก็กองทัพ

พร้อมด้วยชวนให้สามัญชนที่เชื่อฟัง ร่วมขยับเขยื้อนต้านรัฐบาล ข้างหลังเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จบลง ก็เลยเห็นสมควรให้มีการโฆษณาเยอะขึ้นเรื่อยๆ เพื่ออธิบายความเป็นจริง และก็เผยแพร่ข้อมูลที่สำคัญในหัวข้อต่างๆเพื่อไม่ให้การบิดเบือนข้อมูลที่ได้มาจากคู่อริ เอามาจู่โจมรัฐบาล

ดังนี้ ในเรื่องที่ตรวจเจอพฤติกรรมที่ไม่ถูกกฏหมาย ก็จำเป็นจะต้องให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวเนื่องกระจัดกระจายการเข้าจับกุม เพื่อตัดทอนความนิสัยไม่ดี แล้วก็เป็นการห้าม หรือแม้กระทั้งกิจกรรมตามหาข้อเท็จจริง ลบข้อเท็จจริง ที่กลับมาได้ผลสำเร็จลบกับกรุ๊ปคิดแผนโน่น ถ้าพิสูจน์รวมทั้งมีหลักฐานเด่นชัดได้ว่ามีพรรคการเมืองถูกครอบครองโดยแผนกเจริญ สามัญชนหรือ ผู้มีบทบาทก็สามารถยื่นร้องต่อศาล รัฐธรรมนูญ เพื่อยุบพรรคการเมืองนั้นๆถัดไปได้.