#saveบุคลากรทางการแพทย์ หลัง “อนุทิน” สื่อสารผิด ไม่พอใจ ติดโควิด-19

โซเชียลผุด แฮชแท็ก #saveบุคลากรทางการแพทย์ หลัง “อนุทิน” บอกสื่อสารผิด ไม่พอใจ บุคลากรทางการแพทย์ ที่ไม่เซฟตัวเอง ทำเสียกำลังใจ

จากกรณี การตอบคำถามเกี่ยวกับมาตรการป้องกันความเสี่ยงโควิด-19 ของแพทย์ เนื่องจากมีแพทย์ติดไปแล้วหลายคน ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขณะเป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ “CLEAN Together : คนไทยรวมพลังป้องกันโรค” ที่ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานการติดเชื้อของแพทย์ จากการปฏิบัติหน้าที่รักษาโควิด-19 พวกเราก็ไม่พอใจ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่ไม่เฝ้าระวังตัวเอง ซึ่งควรต้องเป็นบุคคลตัวอย่าง ช่วงนี้มีสถานการณ์ระบาดของโรค เราต้องเซฟตัวเองให้ได้มากที่สุด ซึ่งต่อมา นายอนุทินออกมาระบุว่า ตนตำหนิบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อจากการสังสรรค์แล้วมาทำงาน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

โดยในโลกโซเชียลมีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก อย่างเช่น นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “มีเสียงที่ดังก้องในหัวของเรา ท่านรู้ไหม แทบทุกวันของแพทย์โรงพยาบาลจะนะ มีการทำ swab ตรวจหาเชื้อโควิดในกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง ชีวิตเรากำลังเปลี่ยนไปมาสองสัปดาห์แล้ว ต้องใส่ชุด PPE เต็มยศเพื่อป้องกันไวรัสที่เรามองไม่เห็น นี่คือหน้าที่ที่เราเรียนหมอมา ทุกคนถ้าอยู่ในเวรที่ต้องทำ swab ก็ลงมือทำ ไม่มีเกี่ยงงาน เราทำเต็มที่เพราะเราคือหมอ เราคือพยาบาล

แต่สำหรับพวกเราแล้ว เรารู้ว่าเราต้องป้องกันตนเอง เรามีครอบครัว มีพ่อแม่ที่เรารักรออยู่ที่บ้าน เมื่อใส่ชุดนี้ เราก็มั่นใจว่าเรามีโอกาสได้รับเชื้อโรคน้อยลงมาก เพราะเราป้องกันอย่างดี และจะได้ทำให้เชื้อไม่แพร่กระจายสู่คนอื่นๆ ในโรงพยาบาล อันนี้เรามั่นใจว่าเราทำได้ดี

แต่จุดที่เสี่ยงกว่าของแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกลับเป็นห้องฉุกเฉิน ห้องตรวจโรคทั่วไป ห้องผู้ป่วยใน เพราะเราป้องกันตนเองเพียงหน้ากากอนามัย หมวกคลุมผม faceshield และถุงมือ ด้วยคนไข้ที่หลากหลายและปริมาณงานที่มาก ทำให้เราไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด คำถามประจำวันของแพทย์พยาบาลจึงมีในหัวเสมอว่า “เราติดเชื้อแล้วยังว่ะ”

เป็นการยากครับที่จะบอกว่าการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์นั้นติดมาจากงานหรือจากชีวิตส่วนตัว อาจพอบอกได้ แต่จะติดจากไหนก็เถอะ ก็ควรให้กำลังใจกัน ไม่ไป bully เขา

ประกันชีวิตตายได้หลักล้านนั้นไม่ค่อยมีประโยชน์นัก สิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์อยากได้มากกว่าคือ การมีอุปกรณ์ป้องกันไวรัสที่เพียงพอ มากกว่าแค่หน้ากากอนามัยที่ยังขาดแคลนอยู่แม้จะดีขึ้นบ้าง นอกจากนี้คือขวัญกำลังใจ รวมทั้งการออกแบบระบบหรือนโยบายที่เข้าท่า ที่จะช่วยลดการแพร่ระบาดให้ช้าลงได้

ไม่เคยใส่ชุดนี้ต่อหน้าคนไข้จริงๆ ไม่มีทางรู้หรอกว่า “มันลุ้นขนาดไหน”

“เราติดเชื้อแล้วยังว่ะ” มันดังในหัวของบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนแหละครับ ท่านรู้ไหม”

ขณะที่ในโลกทวิตเตอร์ นอกจาก #อนุทิน แล้ว ก็ยังมี #saveบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งคนในโลกโซเชียล ได้ทวีตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาล ที่ถือเป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับวิกฤติในครั้งนี้ แต่จะเห็นได้ว่ามีหลายโรงพยาบาลออกมาเปิดขอรับบริจาค จัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันสำหรับใช้รักษาผู้ป่วย เนื่องจากในบางโรงพยาบาลเริ่มขาดแคลน ไม่พอใช้ และบุคลากรทางการแพทย์ต้องออกมานั่งทำอุปกรณ์ป้องกัน แบบ D.I.Y. กันเอง